EveryOne-O-One (2024) : Class Note #7

บทความนี้เป็นบันทึกการเรียนรู้ จากห้องเรียน EveryOne-O-One วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567
บันทึกโดยคุณณัฐชยาพร แสงคำ (EveryOne-O-One : Note Taker)

EveryONE-O-ONE week 07:
EveryOne-O-4 : ทด-ลอง-กล้า

Host: กนกนุช ศิลปวิศวกุล (เบล)

กิจกรรมแรก – คำทำนายจากไพ่

คลาสวันนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรมทันที ให้ทุกคนช่วยกันเคลียร์โต๊ะให้โล่ง และพี่เบลมาพร้อมไพ่หนึ่งสำรับของ Art Oracles: Creative & Life Inspiration from the great artists ก่อนให้ทุกคนจั่วไพ่คนละ 1 ใบ

การ์ดสำรับนี้มีการออกแบบที่น่าสนใจและสื่อสารที่ชัด มี 3 เลเยอร์ด้วยกัน องค์ประกอบแรกคือการใช้ชื่อศิลปินเพื่อสื่อสาร ถัดมาเลือกภาพผลงานของเขามาสื่อสาร องค์ประกอบสุดท้ายคือคำทำนาย ที่มาร์กย่อยเป็นสามหมวดได้แก่ ชีวิต งาน และ แรงบันดาลใจ

ทีม PS+D ชวนเล่นกิจกรรมนี้เพื่อให้ทุกคนได้สะท้อนตัวเองหรือท้าทายความรู้สึกที่มีบางอย่าง การดูไพ่เองก็สะท้อนเส้นทางชีวิต มองหาความเป็นไปได้ในเส้นทางอื่น ไพ่ทำให้เราหยุดชะงักก่อนกลับไปทบทวนถึงเส้นทางที่ได้ดำเนินมา ช่วยสะกิดให้คุณทำในสิ่งที่คุณไม่เคยทำ ได้ลองเติมด้านอื่นที่ตัวเองยังไม่มีและอยากผลักไปต่อ กิจกรรมหลังจากกิจกรรมแรกนี้ก็เหมือนไพ่ ชวนให้กลับไปสำรวจว่าระหว่างที่เรากำลังเดินทางไปนั้นเราตกหล่นรายละเอียดอะไรไหม รวมถึงขุดความเป็นไปได้อื่นที่คุณอาจมองข้ามไปเพราะคิดว่าคนอื่นกำหนดกรอบไว้แล้ว  ปรับความคิดว่า ทุก ๆ ความเป็นไปไม่ได้ก็เป็นอีกหนึ่งความเป็นไปได้ 

ผลไพ่ที่จับได้

  • คุณเบส Sonia Delaunay คำบรรยายใต้ภาพอุปมาให้ตระหนักถึงความอุดมคติ สิ่งที่คุณเบสรีเลทได้กับไพ่คือเชื่อว่าทุกอย่างเป็นบทกวีไม่ต้องเป็นตัวอักษรก็ได้
  • คุณส้ม Joseph Beuys คำบรรยายใต้ภาพกล่าวว่า บางทีงานเล็ก ๆ น้อยของเรามีส่วนช่วยให้ศิลปะของโลกใบนี้ ไม่ได้อยู่แค่ในวิชาชีพ สิ่งที่เรารับหรือคิดยังตามโลกทันไหม แน่ใจว่ายังร่วมสมัยอยู่ไหม การตีความในเชิงสัญลักาษณ์ เป็นเพียงแค่ทางลัดในการเข้าใจอะไรบางอย่าง สิ่งที่สื่อสารกับตนคือเตือนสติตัวเองให้กลับไปทบทวนอยู่เรื่อย ๆ
  • คุณแค๊ท Artemesia Gentileschi คำบรรยายใต้ภาพสื่อถึงการจัดวางอยู่ในสังคมทำให้เราทำอย่างไร ภูมิหลังมีไว้ดันหลังเราอย่านำข้างหน้า เข้าไปฝ่าฟันด้วยพรสวรรค์ของคุณเอง อย่าให้สิ่งที่เป็นธรรมเนียมขัดขวางคุณ สิ่งที่สื่อสารกับตน ค่อนข้างตรงไปตรงมากับคำบรรยาย ให้มองรอบตัวทุกด้านของตัวอง มีพื้นเพเดิมช่วยดันให้ก้าวไป
  • คุณน้ำอุ่น Damien Hirst  คำบรรยายใต้ภาพกล่าวว่าศาสตร์และศิลป์คือสิ่งที่นำพาเราสู่การดับสูญ  ผ่อนปรนความตายแช่ไว้ด้วยฟอมาลีน แล้วจงชุบแป้งทอดด้วยเพชรพลอย อุปมาถึงการว่ากันไปตามจังหวะ การที่กังวลมากเกินไปจนมากำหนดกรอบเราจนไม่ได้ทำอะไรเลย เผชิญหน้ากับชีวิตด้วยการว่าไปตามอาการ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด สื่อสารกับตนว่าไม่ต้องกลัวอย่าไปกลัว ปล่อยให้มันเกิดไปเลยโดยไม่ต้องคิดเยอะ
  • คุณแก้ว Jackson Pollock คำบรรยายใต้ภาพกล่าวว่าลงมือทำ แค่เราบอกว่าจะทำมัน นั้นยังไม่พอ ยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะลงมือทำ การลงมือจะนำมาซึ่งความโกลาหลและการด้นส้นไปเรื่อย ๆ จงลงมืออย่างต่อเนื่อง สื่อสารกับตนว่าให้ลงมือทำไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด
  • คุณแอล Orlan คำบรรยายใต้ภาพกล่าวว่าอย่ากลัวความเจ็บปวด เวลาเราทำอะไรบางอย่างคุณพอใจกับมันไหมเวลาทำอะไรอยู่หรือว่ากลัว ให้การลงมือทำของคุณคือแนวคิด ตอบสนองอะไรบางอย่าง การที่มีชีวิตที่ดีนั้นไม่ต้องกังวลว่ามันคือเส้นทางไหน แต่การที่คุณพยายามจะมีชีวิตที่ดีก็เป็นแนวคิดแล้ว ยอมรับกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ทุกอย่างจะรวบประกอบเป็นตัวคุณเอง สื่อสารกับตนว่าอย่ากลัวความเจ็บปวด
  • คุณอะตอม (Note Takers) Sophie Calle คำบรรยายใต้ภาพกล่าวว่าอย่าปิดกั้นตัวเอง การมีระยะกับสิ่งต่าง ๆ จิตใจที่แตกหักจะทำให้แข็งแรงขึ้น กล้าที่จะขยับเข้าไปในพื้นที่คนอื่น สื่อสารกับตนเรื่องความมั่นใจในการลงมือทำ

กิจกรรมที่ 2 การ์ดตั้งต้น

การ์ดชุดที่ 2 เป็นการ์ดทำมือโดยทีมผู้สอน แบ่งเป็นกองประมาณ 4 ใบให้แต่ละคน เป็นภาพของแต่ละคนที่ได้ทำกิจกรรมไว้ในอาทิตย์ที่แล้ว

ขั้นแรก ทุกคนจะต้องเลือกการ์ดเพียงอันเดียวที่จำเป็น แล้วตัดที่เหลือทิ้ง ซึ่งในบรรดาภาพมีโปรเจคตัวเองด้วย

ขั้นสอง ภาพที่เลือกจะปล่อยให้นำไปคละไว้ตรงกองกลาง แล้วให้ทุกคนเดินดูก่อนเลือกของรูปของเพื่อนมา 1 ภาพ ห้ามเลือกของตัวเอง หลังจากนั้นให้อธิบายเหตุผลในการเลือกว่าเหตุใดถึงเก็บภาพดังกล่าวและเห็นอะไรในภาพของเพื่อน

สิ่งที่เก็บและสิ่งที่เลือก

คุณเบส  เลือกภาพของคุณแก้ว เพราะกำลังมองหา “จังหวะ” ภาพแพทเทิร์นการพับเลยตรงกับสิ่งที่อยากเลือกพอดี

คุณส้ม เลือกเก็บโมบายไว้เพราะชอบที่สุด และเลือกของคุณแก้วเพราะจังหวะของผึ้งน่าสนใจ สัปดาห์ที่แล้วเมนเทอร์พูดถึงการเรียงวัตถุดิบ เมื่อนำมาเรียงรู้สึกว่าดูเข้าคู่ได้ดี

คุณแก้ว เลือกฟ้อนต์ของตัวเองเพราะเป็นเรื่องที่จะทำอยู่แล้ว และได้เลือกของเบสที่เป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องแสง จากที่ลองรีเสริชเพิ่มผึ้งหยุดทำงานเมื่อมีแสงเลยสนใจการแบ่งสเปสด้วยแสง กราฟในรูปน่าจะนำไปปรับใช้ได้

คุณน้ำอุ่น เลือกเก็บภาพเกี่ยวกับสมุดบันทึกพราะเป็นแกนหลักของเนื้อหาที่อยากเก็บไว้เป็น และได้เลือกภาพของแก้ว เพราะคิดว่าเส้นทางของการบันทึกนั้น ระยะเวลาการใช้ชีวิตอาจไม่ได้มีความเป็นเส้นตรงเสมอไป ภาพกราฟโรลเลอร์โคสเตอร์ขึ้น ๆ ลงสื่อสารถึงความคิดนั้นได้ดี

คุณแอล เลือกเก็บภาพนี้เพราะเป็นภาพเดียวที่ดูเป็นภาพถ่ายกราฟฟิค และได้เลือกของส้มที่เป็นภาพคำว่า つづく ที่แปลว่าโปรดติดตามตอนต่อไป เพราะเชื่อมโยงกับตนตรงที่งานยังไม่เห็นผลลัพธ์

คุณแค๊ท เลือกมงกุฏแทนตัวเองครอบครัวและสังคม และเลือกภาพของแอลเพราะประกอบกันเหมือนไม้คฑาวิเศษร่ายมนตร์ น่าแปลกใจที่คุณแค๊ทกลายเป็นคนเริ่มใช้ Visual มาช่วยแทนความคิดมากขึ้น

กิจกรรมที่ 3 เพิ่มตัวแปร

จากทั้งหมดที่ทุกคนแจงเหตุผลมาล้วนมีจุดร่วมในการเลือกคือ ภาพนั้นมีความเป็นเราอยู่ในงานและมีอะไรที่เชื่อมกันก็เลยเลือก ต่อไปจะใส่ตัวแปรที่เมนเทอร์เลือกให้เป็นการ์ดใบที่ 3 ตัวแปรจะช่วยส่งผลอย่างไรได้บ้างไม่ว่าจะเกี่ยวกับโปรเจคที่จะทำหรือไม่เกี่ยวเลย ลองสลับกระดาษเพื่อนึกถึงความเป็นไปได้

หลังจากนั้นจับการ์ดเพิ่มอีกหนึ่งใบแบบสุ่ม การ์ดใบที่ 4 เป็นตัวแปรที่สองที่เรามิอาจคาดเดาได้ ให้เวลา 20 นาที เตรียมพรีเซนต์ จากการ์ด 4 ใบ จงสร้างเมนูใหม่จาก 4 วัตถุดิบนี้ด้วยการตีความแบบตัวเองได้เลย

การ์ดที่มีภาพจากงานสัปดาห์ก่อนเหล่านี้ที่จะแจกไปก็ไม่ต่างจากการดำเนินชีวิตของเรา เวลาที่เรากระทำอะไรเรารู้ถึงแก่นของตนเอง หาแก่นนั้นให้เจอและรักษาไว้ให้ได้เปรียบดั่งการ์ดใบที่ 1 ต่อมาการ์ดที่ 2 คือการที่มองหาบางอย่างที่สัมพันธ์มาช่วยขยายหรือนำทางแก่นเดิมนำไปสู่เส้นทางใหม่ ทว่าในโลกความเป็นจริงมักมีคำสั่งหรือข้อกำหนดจากผู้อื่นมาเป็นอิทธิพลให้เราเกิดเป็นการ์ดที่ 3 ซึ่งเราต้องหาวิธีรับมือด้วย อาจทำด้วยการประนีประนอม การจัดลำดับ หรือปรุงเกิดสิ่งใหม่ไปเลย และการ์ดที่ 4 คือเรื่องที่คาดไม่ถึง บางทีเรียกในอีกชื่อว่าดวง สี่สิ่งนี้จะปรุงหรือเรียงลำดับอย่างไรให้ออกมาเป็นบางอย่างที่น่าสนใจ ลองนำเสนอกันดู

ระหว่างที่กำลังค้นหาความหมายจากการ์ด ทีม PS+D จะคอยแจกกระดาษให้ทุกคนวาดเพื่อเน้นให้เอาไอเดียออกมาอย่างรวดเร็ว  แจกทีละแผ่นทั้งหมด 3 ครั้ง เว้นประมาณ 5-10 นาทีต่อแผ่น

สิ่งที่ตกผลึกออกมา

คุณเบส ปกติตนเป็นคนมีแบบแผนอยู่แล้วเลยเลือกภาพที่เป็นตัวแทนที่ไม่คาดคิดเป็น สิ่งที่ยังขาดคือการให้มีคนอื่นได้มีส่วนร่วมในงานด้วย ในการ์ด 4 ใบได้รูปหน้า จึงเริ่มจากการวาดหน้าหลายแบบก่อน พอต้องไปต่อแผ่นที่สอง เลยนำหน้าจากคนอื่นมาวาดรวมกัน พอยังต้องไปต่ออีก ชำเลืองเห็นไพ่ Art Oracle จึงคิดว่าหน้าเหล่านี้เป็นลายเสื้อได้เลยดันต่อวาดออกมาได้เป็นแผ่นที่สาม

สกัดสิ่งที่ได้จาการ์ดออกมาโดยไม่ได้นำโปรเจคมาเกี่ยวข้อง อย่างที่คุณเบสนำเสนอไปว่าเวลาทำงานมีภาพในหัวแล้วแต่เมื่อต้อง Co-create ก็นำไปสู่เส้นทางใหม่ มีการสะสมจากที่ทำแล้วสกัดเพื่อไปทำขั้นที่สองขั้นที่สามต่อ จากโจทย์ที่เริ่มด้วยหน้ากระดาษเปล่าก็กลายเป็นตัวดันให้ได้ลองคิดเรื่องใหม่ เกิดความน่าสนใจในการมองพื้นที่ เมื่อคุณเปิดพื้นที่ให้คนอื่น คนอื่นก็จะมีส่วนร่วมกับงานนคุณมากขึ้น โปรเจควาดการ์ดที่อยากจะให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมนั้นต้องคำนึงว่าอยากให้มีส่วนร่วมอย่างไร บางครั้งอาจได้สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดจากคนอื่นสามารถช่วยพาออกนอก Comfort Zone ที่คุ้นเคยได้  ทีม PS+D มีข้อสังเกตหนึ่งว่าคุณเบสค่อนข้างผูกพันกับเสื้อ ทั้งทำงานเกี่ยวกับการออกแบบเสื้อมาก่อน พอหยิบจับงานเลยกลับมาสิ่งที่คุ้นเคย สิ่งที่พบในวันนี้หยิบกลับไปใช้ในอย่างอื่นต่อไปได้

คุณแอล มีการ์ดที่เป็นแก่นของตัวเองอยู่ตรงกลาง นำมาทำเป็นป๊อปอัพให้เด้งขึ้นมานิดนึง ตอนวาดแผ่นที่สองนั้นตอนแรกแบลงก์มากจะแกะแผ่นเดิมมาทำใหม่อย่างไร แต่พออาจารย์ติ๊กโยนว่าลองวาดจากแผ่นแรก แผ่นที่สองเลยวาดด้วยความรู้สึกที่สะท้อนตัวตนของตัวเองมากขึ้น จิ้มแล้วตวัด​​เกิดเป็นภาพนี้ พอกระดาษเปล่าแผ่นถัดมาถูกแจก ตัวเองต้องไปต่อไปอีก สะดุดกับคำว่า ไปที่เดิมแต่ไปอีก เลยนำของที่มาแต่งเติม เอาสีเหลืองที่ไม่ชอบมาใส่ขอบนอก เลือกแปะบลูแทกสีเหลืองในภาพ  แปะเติมเพราะมีความเป็นเรา และนำการวาดมาทำซ้ำในแผ่นนี้อีก แผ่นสุดท้ายรู้สึกว่าตนไม่ต้องคิดเยอะ ความรู้สึกตอนเปลี่ยนแผ่นแต่ละครั้งจะเริ่มที่ อะไรและรู้สึกยังไปต่อไม่ถูก พอต้องตัดสินใจว่าต้องไปต่อก็เลยเริ่มที่จะปล่อยไปเรื่อย ๆ จังหวะแรกจะพยายามคิดแล้วทำให้ได้ตามที่คิด จนช่วงหลังเริ่มปล่อยและทำ ๆ ลงไปต่อแบบคำทำนายแรกของการ์ด จากพรีเซนท์เห็นได้ว่าคุณแอลเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้วอยากลงมือทำต่อด้วยวิธีใหม่ มองเห็นสิ่งที่เหมือนและท้ายสุดก็เห็นในสิ่งที่แตกต่างและดึงกลับมาถ่ายทอดอีก

คุณน้ำอุ่น ชิ้นแรกใช้เวลาเยอะพยายามหาสาระจากสี แต่หลังจากนั้นเริ่มใช้ใจนำทางได้เป็น Journey Map เริ่มจากใจว่าอยากทำอะไร พาไปสู่ 3 สิ่งที่จะนำสู่การบันทึกลงสมุด เส้น ๆ ในรูปคือเส้นทางความคิดในการบันทึกที่ได้จากของส้ม โยงกลับมาเป็นใจกับใจ บางอย่างเราก็เลือกทิ้งหรือเลือกเก็บ ตนยังไม่แน่ใจในช่วงจบเส้นทางแต่มองเป็นเป้าบางอย่างได้ เมื่อเข้าแผ่นที่ 2 คิดอีกแบบหนึ่งแต่ยังอยากให้อยู่ในคอนเซปต์เดิม อันแรกโกลาหลมาก อันที่สองลดความซับซ้อนเป็นสีเดียว ตอนจบยังคงไม่รู้ว่าคืออะไรเป็นจุดบางอย่าง พอต้องมีอันที่ 3 จึงนิ่งขึ้นว่าเราจะคิดใหม่อย่างไรดี เมื่อย้อนไปดูสองแผ่นแรกเห็นว่าลืมไปส่วนสี่เหลี่ยมจึงมาทำในแผ่นที่สาม เกิดเป็นลูกเต๋าสามเหลี่ยมโดยบังเอิญจากการพยายามไปเรื่อย ๆ ตอนที่ทำพยายามให้ใจนำทางและหลุดไปจากกรอบว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ พอพับเป็นสามซีเควนส์เกิดเป็นวิธีในการเล่า เกิดเป็นขั้นตอน  อาจารย์ติ๊กอยากแนะนำหนังสือ The Midnight Library หนังสือเล่มนี้กล่าวไว้ว่าเส้นทางชีวิตเราเป็นผลรวมที่เกิดจากการที่เราเลือกทำและเราไม่ทำ จึงทำให้ไม่เป็นเส้นตรงและเป็นการหักเหอย่างหนึ่ง ตัวละครในเรื่องเลือกที่จะกลับเข้าไปแก้หรือไม่แก้ในเหตุการณ์ต่าง ๆ กิจกรรมนี้ช่วยเพิ่มมิติของการบันทึกให้มากขึ้น

คุณแก้ว ทำออกมาเป็นไทม์ไลน์การทำงาน ณ ตอนนี้ เป็นปัจจุบัน ไอเดียป๊อปขึ้นมา มีเส้นทางการเดิน พบเจออุบัติเหตุระหว่างทาง ช๊อต ไปทางไหนดี และประสบปัญหา ไม่ได้ทำตามแผนเลยอยากทำให้เป็นผลลัพธ์ที่อยากจะเป็น ตอนทำแผ่นที่ 2 คิดไม่ออกก็เลยตีความมาเป็นทางตัน ทำงานแค่ของตัวเองเรามองไม่เห็นอะไร ความเป็นไปได้อาจเป็นสามมิติที่มีแกน z ไม่ใช่เพียงแค่สองแกนด้วย จึงเปลี่ยนสีไปถามคนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับศิลปะ ความคิดของเพื่อนเช่นเพื่อนทำงานธนาคารและเพื่อนมีมุมมองอย่างไร ดำเนินถึงแผ่นที่สาม เกิดเป็นบันไดลงให้เรา makes peace กับตัวเองมีทางลงได้หลายทางและเลือกทางหนึ่งเป็นแผนที่ เห็นความเป็นไปได้เชิงโครงสร้าง มิติทางการเล่าทำให้เห็นได้หลายมุมมากขึ้น งานน่าสนใจตรงที่มีการคิดว่าเมื่อออกจากห้องนี้จะไปถึงไหน คุมคอนเซปต์ด้วยการทำจากกระดาษมีความรู้สึกแล้วเชื่อมโยงไปยังผึ้ง มีวิธีการใช้วัสดุที่น่าสนใจอย่างโดนชอตที่เสา อีกทั้งเปลือกดินสอยังโยงกับผึ้งได้อีก พรีเซนต์นี้เด่นเรื่องการตัดรายละเอียดเหมือนลากเส้นเหมือนการไปเที่ยว แต่ไม่ได้อยากกลับมาพร้อมบรรลุโปรเจคอันใดอันหนึ่ง หลายครั้งเป้าหมายคือการบันทึกและทบทวน ไม่ใช่การได้อะไรกลับมา อยากให้มองว่าเรามี Journey ที่ท้าทายเพราะเส้นทางนี้ชัด การเดินทางตามนั้นเป็นประตูให้เจอความเป็นไปได้ใหม่ ๆ งานอาจไม่ได้มีความใหญ่โต โปรเจคสุดท้ายอาจเป็นแค่การบันทึกและทบทวนอย่างเดียว บอกถึงแผนการของเราว่าพบเจออะไร ต้องการเจอสิ่งใหม่สร้างตัวแปรใหม่

คุณส้ม เริ่มจากทำความเข้าใจอย่างท่องแท้ในวัตถุดิบของตน แม้ผลลัพธ์อาจออกมาไม่ลงตัว นั่งทำความเข้าใจสไล์ดคุณแค๊ทแล้วนำมาทำใหม่ ฟังก์ชันของผ้าคลุมคือคลุมร่างกาย จึงเกิดไอเดียเปลี่ยนว่าให้โมบายได้มามีปฏิสัมพันธ์กับเรา ตอนทำแผนที่สามต่อยอดจากอันเดิมามากขึ้น พยายามเอาของพี่แค๊ทมาจับมากขึ้น หากเส้นมันเข้าหากันมากขึ้นภาพในหัวคิดว่าแนบติดกัน แต่เวลาหมดก่อนเลยยังวาดไม่เสร็จ ทุกอย่างถักร้อยกันด้วยคอนเซปต์จากการ์ดคุณแค๊ทเป็นหลัก เส้นประคือการทับกัน เลยลองพับแล้วให้ต่อเนื่องเพราะโมบายก็มีเชปที่น่าสนใจ เวลาต้มหมาล่าแล้วเหลว ตั้งทิ้งไว้กลับไปแข็ง นึกได้ว่าอันนี้ก็เป็นปัจจุบัน อนาคตและอดีตเหมือนกันนะ น่าสนใจในพรีเซนท์คือการที่เลือกอันที่ไม่เข้าใจมาเป็นหลักในการพูดถึง ลองเรื่อย ๆ แล้วค่อยลงลึกในดีเทลที่สนใจโยงเรื่องหมาล่าเข้ามาเชื่อกกับตัวแปรถึงแม้จะดูเป็นรูปธรรมมาก ๆ แต่ก็ยังมีการวนกลับมาไป จากต้นทางกลับสู่ต้นทางอีกรอบหนึ่ง มัวแต่หมกหมุ่นกับการ์ดสุดท้ายจนลืมเวลา

เห็นการเปลี่ยนแปลงจากส้มที่เป็นเส้นตรง เห็นวิธีการทำงานใหม่ เป็นตัวอย่างที่ดีอีกชิ้นเพราะว่าท้าทายตัวเองรวมถึงความหลากหลายที่ต้องเผชิญ การที่ไม่หลบหลีกการ์ดใบไหนเป็นไมน์เซตที่ทำงานได้ดี สร้างบันไดลงให้ตัวเอง เข้าไปชนกับองค์ประกอบทั้ง 4 อย่างก่อน และเมื่อมีบางอย่างกลายเป็นอุปสรรค​ รู้ว่าชิ้นไหนไม่อยู่ในพวกแล้วโยนทิ้งไปซะ กระบวนการนี้ทำให้ตระหนักในสิ่งต่าง ๆ การตัดความสัมพันธ์เองก็เป็นการจัดการความสัมพันธ์แบบหนึ่ง แต่กรณีที่ยังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อาจต้องรับมือด้วยการจัดลำดับแทน ใช้นิสัยที่กัดไม่ปล่อยพร้อมรู้ว่าเลือกผ่อนคลายลงว่าสิ่งใดสำคัญ บางเรื่องต้องสำรวจให้ลึกอย่างสบายตัว โมบายเป็นสิ่งของที่ Timeless ไม่บอกอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต มีการขยับ ไม่อยู่กับที่ลื่นไหล ทำให้เราชอบดูเดี๋ยวขึ้นลงเปลี่ยนแปลง สารนั้นบอกอะไรกับเรา หมายความว่ากำลังแยกสองอย่างนี้ (สามเหลี่ยมเวลา กับ โมบาย) ออกจากกัน การอยู่กับปัจจุบันคือการอยู่กับความเปลี่ยนแปลง โมบายนี้จะสำคัญกับการกินหมาล่าอย่างไรก็ต้องไปค้นหาต่อ

คุณแค๊ท เริ่มจากประกอบการ์ดสองใบแรกสุดมาเป็นไม้กายสิทธิ์ ต่อมาการ์ดจากคุณเบส ทุกอย่างถูกกำหนดไว้ นำมาวาดเป็นถนนที่มีมุดปักไว้ ตอนมีแผ่นที่สองก็ชะงักนิดหน่อย จึงเปลี่ยนจากถนนเป็นอุโมงค์แทน ต่อมาต้องมีแผ่นที่สาม ตอนนั้นคิดในในว่าจะไปอย่างไรต่อ ในช่วงแผ่นแรก ๆ ที่เป็นถนนข้างทางเห็นหมด แต่อุโมงค์ไม่เห็นอย่าอื่น จึงนำมาสู่ไอเดียว่าออกมาเป็นหยินหยางที่หมายถึงการสร้างสมดุล อยู่ที่ตัวคุณกำหนดโชคแล้วส่งต่อด้วยไม้กายสิทธิ์​ แต่ละช่วงชีวิตไม่เหมือนกันเป็นความหมายของหมุดที่วาดในภาพ ระหว่างทางเจออะไรหลากหลาย ถ้าเราสร้างเองก็เป็นชัยชนะของเรา สามตัวแปรเนียนเข้าไปในไม้กายสิทธิ์หมด การ์ดสามของพี่เบลกลายเป็นตัวเชื่อมระหว่างมงกุฏกับไม้คฑาได้ จังหวะขยับกระดาษแผ่นแรกเร็วมาก แผ่นที่สองก็เร็วแต่แผ่นที่สามใช้เวลา 2-3 นาที คุณแค๊ทคิดต่อตลอด บังคับแล้วต้องจัดการเองหรือเลือกข้าง อีกทั้งยัง Symbolize หาความสัมพันธ์ทางภาพ ทีมวิทยากรแปลกใจที่คนสายการจัดการสามารถเข้าธรรมด้วยความสัมพันธ์ทางภาพก่อน แปลกใจที่เปลี่ยนไปจากการอธิบายก่อนมาเป็นการเริ่มประกอบการ์ดก่อน ทั้งสามชิ้นเป็นการขยายความของไม้คฑาเป็นหลักจึงดูเป็นปรัชญาชีวิต มีเส้นทางโชคชะตาแต่คุณขีดเส้นทางเองได้ แนวเส้นที่เดินทางเลย เหมือนไม้คฑา พอทุกอย่างถูกกำหนดไว้อยู่แล้วชีวิตที่มีด้านเปิด ด้านข้าง ด้านหลัง มีแต่ต้องมุ่งไปข้างหน้า สุดปลายทางที่หยินหยางสองลักษณะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คุณต้องสร้างสมดุลให้เรื่องต่าง ๆ ได้ คุณอย่าเพ่งไปที่ข้างทางอย่างเดียว ได้องค์ประกอบ 4 อย่างจะสร้างความสัมพันธ์ของ 4 อย่างได้ เป็นคนเดียวที่ทิ้งโปรเจคมาแวะข้างทางจริง ๆ ต่างจากคนอื่นที่ยังมีการคิดถึงโปรเจคอยู่ วันนี้กลายเป็นคนที่ Diffuse สุดจอดรถแวะข้างทาง ผ่อนคลายขึ้นมาก

กิจกรรมวันนี้ ระหว่างพักอยากให้ลองตกตะกอนความคิด 3 เรื่อง เราได้เพิ่มอะไรจากการเก็บชิ้นหนึ่งไว้ ได้อะไรจากการเลือกของเพื่อน และเพื่อนได้อะไรจากที่ได้ของเราไป สามคำถามนี้จะทำให้เราเห็นความไปได้ที่ต่างออกไปขึ้น ฟังอัพเดทและการตกผลึกวันนี้อย่างเร็ว ๆ ก่อนให้เพื่อน ๆ ในคลาสได้กลับไปพัฒนาชิ้นงานต่อ

อัพเดทโปรเจคและสิ่งที่จะปรับใช้จากการแวะพักวันนี้

คุณเบส ลองร่าง Journey of the fool ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดต่าง ๆ ที่เรียนไปนำมาวาดเป็นองค์ระกอบภาพ Focus-Unfocus ตัวละคร The fool มีองค์ประกอบ 4 อย่างใส่ไปในโฟกัสอัดไปเลย หรือ Arbitary Convention ทดลองวาดเป็นสิ่งตรงข้ามดู จากกิจกรรมวันนี้ได้ลองปล่อยจอยมากขึ้นในการวาด อาจให้คนอื่นเอาการ์ด The Fool ไปวาดแล้วหลังจากนั้นผู้รับการ์ดได้กลับไป ยังไม่ได้ตัดสินใจไอเดียสุดท้ายเพราะยังเปิดประตูสู่เรื่องถัดไป
เรียกได้ว่ากระบวนการ Focus-Diffuse อยู่ในทุกลมหายของคุณเบสไปแล้ว คุณเบสเจอเรื่องการมีส่วนร่วมก็สามารถ Diffuse เข้าไปใช้ต่อได้ หากคุณปิดประตูของความเป็นไปได้ตอนนี้เลยจะทำให้คิดว่าการให้คนมีส่วนร่วมแค่วิธีเดียว แต่หากยังคงเปิดประตูรับไว้คุณจะยังคงคิดต่อว่าแล้วคนจะมีส่วนร่วมได้ด้วยวิธีใดอีกบ้าง ถ้าปิดถูกจังหวะจะได้ผลลัพธ์ที่ลงตัว สิ่งที่เพื่อน ๆ ได้จากคุณเบส เช่นคุณแก้วที่ได้การ์ดของคุณเบส นำไปสร้างเป็นประติมากรรมกระดาษในแผนผังตัวเอง เห็นได้ว่าเมื่อคนอื่นหยิบไปตีความได้อีกความหมายหนึ่งแทน คุณแค๊ทได้แนวคิดใหม่กลายเป็นใจความของงานทั้งชิ้นของคุณแค๊ทซึ่งจริง ๆ คุณเบสหยิบมาจากสื่ออื่นอีกที บนเอกภพนี้มีกฏที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การหากฏหรือเปลี่ยนกติกา หากเราไม่รู้ว่าถูกกำหนดอะไรก็อยากจะต่อรองกับมันได้ เงื่อนไขที่กำลังเจออยู่คืออะไรและกำหนดท่าทีใหม่กับมันได้ อย่างคุณติ๊กเวลาติดต่อลูกค้ามักขอผังองค์กรมาดูประกอบเพื่อจะได้ตระหนักถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจท้ายสุดตัวจริงในการทำงาน

คุณแค๊ท พัฒนาการจากสัปดาห์ก่อนนำออกมาทำเป็น Business Model Canvas อาจารย์ติ๊กโยนคำถามลงไปว่าสิ่งที่ได้วันนี้จะขยายช่องไหนในตารางมากที่สุด ตารางนี้เป็นโครงสร้าง เวลาเราเจอไอเดียเราไม่เจอเป็นลำดับเหมือนกับการดูหนัง สิ่งที่ได้จากดูหนังเรามักเลือกไปประยุกต์กับบางส่วนของชีวิต จากการฟิกโปรดัคสุดท้าย อาจเปลี่ยนมาจับที่จุดอื่น เช่นการสร้างสมดุลระหว่างครอบครัวงานชีวิตสามด้านเป็นคอนเซปต์หลัก สินค้าของเราช่วยสร้างสมดุลอย่างไร เป้าหมายในการดำเนินการคืออะไร แกนยังคงเป็นเรื่องสมดุลเหมือนเดิม คีย์นี้เป็นหมุดปักในการดำเนินชีวิต คอร์สนี้เปิดโอกาสให้ได้ลองทำแบบอื่นนอกเหนือจากสูตรสำเร็จของตัวเอง เมื่อเจอว่าแบรนด์สัมพันธ์กับตัวเราตรงไหน อาจค้นพบคำตอบง่ายขึ้นแล้วจึงค่อยลองเบรคขั้นตอนแบ่งตารางเหล่านี้ เวลาเราอ่านหนังสือ เราไม่ได้เริ่มจากการอ่านว่าหนังสือจะเข้ากับเราอย่างไร แต่บางส่วนของหนังสือนั้นฟิตกับเราตรงไหน สิ่งที่เป็นคุณแค๊ทเสมอมาตั้งแต่ต้นคอร์สคือการใส่ใจรายละเอียดและกระบวนการ อาจไปโฟกัสที่ระหว่างทางให้คำนึงมากขึ้น ไม่ได้มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์สุดท้ายแต่สร้างมูลค่าที่กระบวนการแทน คุณเบสได้ของคุณแค๊ทซึ่งเป็นรูปหน้ายิ้มเขารู้สึกว่าค่อนข้างเปิดกว้างทางความเป็นไปได้ดี คุณส้มได้การพับที่มีหลายด้านเผยข้างนอกหรือเห็นข้างในเห็นหลายมิติ  คุณน้ำอุ่นได้หัวใจ เป็นแก่นของแบรนด์ว่ามาจากใจเรา มาจากตัวเรา มีเซนส์ของการคำนึงเรื่องรอบตัวหรือ core value มากขึ้น ลองหยิบโมดูลแรกกลับมาใช้ว่าอินพุตมีอะไร เป็นความท้าทายสำคัญที่เราตอบสามหัวข้อได้ ต่างที่เป้าหมายและเจตนา ซึ่งจะทำให้หน้ากากอนามัยต่างจากแบรนด์อื่นและยกระดับขึ้น ลองยกระดับโจทย์เพื่อหาเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ก่อน

คุณน้ำอุ่น สิ่งที่ได้จากการแตกตัวครั้งนี้ ทำให้คิดได้ว่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นหนังสือก็ได้ อาจจะเป็นก้อน ๆ ที่มีมิติกมากขึ้น เปลี่ยนฟอร์มของสมุดบันทึก ภายในนั้นมีองค์ประกอบต่างกันไป มีหลายรูปแบบหลายด้านหลายประเด็นที่อยากบันทึก สิ่งที่ได้วันนี้คือคุณค่า วัตถุนี้คืออะไร เราต้องจัดลำดับว่าอะไรสำคัญ วาดถังขยะยุกยิกแทนสิ่งที่เราไม่ได้ทำและคิดว่าจะตัดมันออกไปและเก็บหัวใจของพี่แค๊ทว่าให้ใจนำทาง อยากให้น้ำอุ่นลองกลับไปลองก่อน ผ่าทางตันไวมากและกลายเป็นเจอความเป็นไปได้เยอะมาก การบันทึกในแบบสองมิติย่อมต่างกับสามิติ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเหล่านี้ก็ต่างกัน แล้วความซับซ้อนที่เราคิดถึงอันไหนจะตอบรับกันอาจต้องลองดูต่อไป

คุณแอล คาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นในผลงาน อาจจะลองแทนความหมายเพื่อช่วยลดความยึดติกับ Figure เกินไป จากครั้งที่แล้วที่ยังไม่เจออะไรที่เข้ากัน อยากทำภาพที่สื่อถึงการซึมเข้าหากัน เลยนึกถึงเรื่องส่วนตัวคือสุขภาพจิตและอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ซึมไปหาคนอื่น ช่วยให้น้ำหนักกับสิ่งที่เราคิดมากขึ้น  โยงกับสิ่งที่ตระหนักในวันนี้ว่าจงปล่อยให้เกิดขึ้นแม้ว่าเราจะไม่ชอบเท่าไหร่ คีย์เวิร์ดที่อาจารย์ติ๊กพูดเรื่องซื่อสัตย์กับตัวเอง ในตัวเมฆเองที่ไร้ความเป็นรูปทรงก็เป็น Figure แต่พึงระลึกว่าต่อให้เหมือนไม่เป็นไร ยิ่งเราหลีกเลี่ยง เรายิ่งตัดไม่ได้ ในโลกของการรับรู้มนุษย์มักมองหาจุดเชื่อมโยงเสมอ ยอมรับไปตามการรับรู้แต่หากคุณเห็นความหมาย สุนทรีย์ก็จะเบ่งบานมากขึ้น

คุณส้ม บางอย่างที่เราทำอาจเวิร์กหรือไม่เวิร์กเว้าแหว่งออกไป การเชื่อมไม้กายสิทธิ์ของพี่แค๊ททำให้นึกถึงการเชื่อมด้วยรูปแบบอื่น ๆ ก็ได้ เอามาทดแทนกันก็ได้ เปิดประตูให้วัสดุใหม่ ๆ ให้ตัวเอง ในขณะที่เพื่อน ๆ จะโดนชะงักด้วยการ์ดของคุณส้ม การหยุดชะงักเพื่อกลับไปคิด คุณแก้วที่ได้ของคุณส้มก็รู้สึกไม่คาดคิด มองว่าเป็นทางหนึ่งเพื่อไปเจอทางอื่น เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากคนอื่น เรายินดีที่จะต้อนรับอุบัติเหตุ ในความเป็นอุบัติเหตุมักทำให้เราพบเจอสิ่งต่าง ๆ คุณน้ำอุ่นก็รู้สึกเช่นกันว่ามาเบรคกระบวนการคิดเพื่อย้อนกลับไปดูในกระบวนการของตัวเอง ไม่ได้พุ่งตรงอย่างเดียว  สิ่งที่หายไปอาจกลายเป็นสิ่งใหม่หรือช่วยให้มองทะลุไปยังสิ่งอื่นได้

คุณแก้ว ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว มาคลาสนี้การที่ทำอยู่ด้วยตัวเองมันจะไปได้แค่นี้ แต่พอเห็นกระบวนการมีส่วนร่วมของคุณเบสเลยอยากนำมาใส่ในงานตัวเอง งานคุณแก้วน่าจะต้องไปถามความเห็นคนอื่นด้วยว่าคนนอกจะเข้าใจไหม ผู้คนจะมายึดโยงกับกระบวนการคิดได้อย่างไร อาจารย์ติ๊กโน๊ตว่าการมีส่วนร่วมไม่ได้หมายถึงต้องทั้งเส้น แต่อาจหมายถึงร่วมทำ ร่วมคิด หรือร่วมตอนจบเพียงอย่างเดียว อาจจะลองประมวลท่อนที่ต้องสื่อสารเองก่อน

ทิ้งท้าย

คลาสวันนี้อุปมาให้เราได้ย้อนทบทวนกระบวนการคิดเวลารับมือชีวิต โดยใช้การ์ดเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้เรียน และตกผลึกผ่านการทำโปรเจคของตัวเอง ชวนคุณออกมารับมือด้วยการคลายก่อนกลับไปลงมือทำ เมื่อไม่คลายหลักการและเหตุผลเดิมเพื่อให้งานดี ศักยภาพด้านนี้จะไม่แกว่งเท่าคนที่ปล่อยได้ กิจกรรมเพื่อย้ำถึงสามข้อหลักของดีไซน์โหมด การลองผิดลองถูก การจำลองว่าถ้าเราจะเก็บสิ่งเดียวแล้วไปต่อ เราจะทำอย่างไร ทุกคนได้ลองมาแล้วหลายครั้ง เมื่อคุณได้ทดลองกับงานตัวเองเพิ่มปัจจัยตัวแปรจะรับมืออย่างไร บางทีคีย์ที่เห็นอาจไม่ตรงแต่ก็ได้เลือกว่าจะเก็บอะไรไว้และประยุกต์อย่างไรเป็นกระบวนการเรียนรู้ควบคู่กัน  Subject, Purpose, Execute, Method คือเกณฑ์ที่นำมาใช้ในการเลือกสี่อย่าง

แนะนำหนังสือประจำสัปดาห์

เป็นที่หยอกล้อกันในคลาสว่าโดนป้ายยาจากของและหนังสือที่ทุกคนในคลาสมาเล่าสู่กันฟัง ตั้งแต่ที่อุดหู ฟิตเจ็ททอย และหนังสือ สัปดาห์นี้อาจารย์ติ๊กอยากนำเสนอหนังสือ 3 เล่มให้ทุกคน

วิธีเดินทางกับแซลมอน – ในหนังสือมีการกล่าวถึงวิธีลองแล้วลองอีกอย่างมีศักดิ์ศรี ความคิดที่ทุกอย่างผิดได้ ตระหนักรู้อยู่ตลอดว่าความผิดพลาดไม่ใช่ความล้มเหลวเป็นเพียงสิ่งที่ไม่เหมาะ หนังสือไม่ได้เขียนโทนแบบเป็นไลฟ์โค้ชแต่เขียนในการอธิบายเชิงเหตุผลเกี่ยวกับทัศนคติในการลองสิ่งต่าง ๆ

ร่วมมือกับปรปักษ์ – ปรปักษ์ในหนังสือเล่มนี้หมายถึงตัวเราด้วย ความคาดหวังในตัวเอง และอื่น ๆ ให้ความหมายของการทำงานร่วมกันที่กว้างขึ้น ทุกครั้งที่เราร่วมกันทำงานมักคาดหวังตามธรรมเนียมเดิมว่าทุกอย่างต้องไหลลื่นตลอด เขาพูดถึงการยืดการคลายเพื่อโอบรับแค่บางเรื่อง โอบรับความขัดแย้งในความสัมพันธ์  การสร้างสรรค์จำเป็นต้องใช้ศักยภาพในการรับมือกับด้านลบ เมื่อต้องทำอะไรที่แสวงหาความซับซ้อนมากขึ้น เราจะต้องับมือกับความโกลาหล หงุดหงิด จนอาจละเลยเหตุผล จงมีความนิ่งในใจพอที่จะไปสำรวจความโกลาหลแล้วกลับมา แนะนำว่าอ่านในตอนที่คุณต่อสู้กับความละล้าละลัง ลังเล สู้กับตัวเองอยู่

ปราชญ์แห่งธนู – นักเขียนชาวบราซิลอุปมาการดำเนินชีวิตกับการยิงธนู ลูกธนูคือเจตนาหรือเป้าหมาย ที่แจ่มแจ้ง ได้สมดุลระหว่างทักษะกับผล สมดุลในหลากหลายเรื่อง อย่ายิงออกไปเพียงเพราะสายมันตึงแล้ว อย่ากลัวที่จะพลาดลงมือออกมาก่อนไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้จะแก้ไขตรงไหน

Realated Content

18 Jul 2024
EveryOne-O-One (2024) : Class Note #9
18 Jul 2024
EveryOne-O-One (2024) : Class Note #8
08 Jul 2024
ANATOMY OF MIND & IKKYO-SAN
18 Jul 2024
EveryOne-O-One (2024) : Class Note #7
HASHTAG